การค้ามนุษย์จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นในช่วงปีพ.ศ. 2503-2513 พร้อม ๆ กับการเข้ามาของกองทัพสหรัฐอเมริกาในอินโดจีน หลังจากที่สหรัฐอเมริกาถอนกำลังทหารออกไปจากอินโดจีนในปี 2518 ผู้หญิงบางคนยังคงค้าประเวณีอยู่ต่อไปในประเทศไทย ขณะที่บางคนก็เริ่มออกไปค้าประเวณีในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเยอรมนี ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น ตัวแทนต่าง ๆ อำนวยความสะดวกในการย้ายถิ่นและการจ้างงานผู้หญิงโดยผ่านทาง “เครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติ” ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือ การที่ผู้หญิงเหล่านี้ไม่อาจทราบล่วงหน้าถึงสภาพการทำงาน และไม่สามารถควบคุมสภาพนี้ได้เลย
หลักฐานจากงานวิจัยที่ดำเนินการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ในเรื่องการค้ามนุษย์และการย้ายถิ่นอย่างไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างทางความคิดเรื่องการค้ามนุษย์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้จะเห็นได้จากลักษณะของผู้ที่มาชักชวนให้ย้ายไปทำงานต่างประเทศและผู้ที่พาเดินทางไปต่างประเทศ ขั้นตอนการค้ามนุษย์ และการกดขี่เอาเปรียบที่เกิดขึ้นในประเทศปลายทาง
การชักชวนให้ย้ายไปทำงานต่างประเทศ: เราได้พบว่ามีผู้ชักชวนให้ย้ายไปทำงานต่างประเทศกลุ่มหนึ่งที่ไว้ใจได้ ไม่ได้ค้ามนุษย์ กลุ่มนั้นคือ ญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท ส่วนการใช้กำลัง การลักพาตัว การบังคับ และการล่อลวงนั้นพบน้อยลง ในหลาย ๆ กรณีบุคคลที่ถูกหลอกไปขายเป็นผู้ติดต่อผู้ชักชวนเองเพื่อขอข้อมูลในการย้ายถิ่น ปัญหาการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานและสภาพการทำงานที่เป็นเท็จ กลับพบได้บ่อยมากขึ้น
การค้ามนุษย์: ผู้ที่พาเดินทางไปต่างประเทศคอยให้ความช่วยเหลือบุคคลที่เดินทางข้ามเขตแดนที่ต้องการหลบเลี่ยงกฎระเบียบการเข้าเมืองที่เข้มงวดรัดกุมและซับซ้อน การลักลอบค้ามนุษย์เป็นคำที่เหมาะสมกับผู้ที่พาบุคคลเดินทางข้ามเขตแดนเหล่านี้ หากพิจารณาว่าการค้ามนุษย์ที่เกิดจากความยินยอมของบุคคลที่เป็นสินค้าเองนั้นมีมากขึ้น ดูเหมือนว่าวิธีการเดินทางมีความสำคัญน้อยกว่าการข้ามเขตแดน หรือการหลบเลี่ยงการควบคุมการเข้าเมือง เครือข่ายการค้ามนุษย์ประสานงานกันในระดับขนานตลาดเขตแดน มีการพบการใช้เอกสารการเดินทางปลอมอยู่เป็นประจำ จุดหมายปลายทางที่มีการค้ามนุษย์คือบริเวณที่การควบคุมการเข้าเมืองหละหลวม และมีบุคคลจำนวนไม่น้อยสามารถเดินทางข้ามเขตแดนได้สำเร็จ
การกดขี่เอาเปรียบ: บุคคลที่เป็นสินค้าในการค้ามนุษย์นั้น นอกจากจะตกอยู่สภาพของทาส เป็นหนี้เป็นสิน และถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศแล้ว ยังต้องเผชิญกับการจำกัดพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย การถูกยึดเอกสารสำคัญต่างๆ การถูกจับกุมการถูกบังคับขู่เข็ญ การถูกบังคับให้ทำงานเกินเวลา และสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ไม่ปลอดภัย และทารุณ ส่วนการใช้งานเยี่ยงทาสและการตัดอวัยวะในร่างกายออกไปนั้น เราไม่พบหลักฐานว่าเกิดขึ้น มีการพบการค้าเด็กผู้หญิงและหญิงสาวเพื่อไปสมรสกับชาวต่างชาติ และทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้าน เช่นเดียวกันกับการค้าทารกและเด็ก เราตั้งข้อสังเกตอย่างมีนัยสำคัญว่ากรณีของผู้หญิงที่เต็มใจเข้าสู่การค้าทางเพศและกลับเข้าไปเป็นเหยื่อในการค้าลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นมีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ผู้เสียหายที่ได้รับการพบตัวกลับไม่ต้องการรับความช่วยเหลือ และไม่ต้องการกลับสู่ถิ่นฐานเดิม