ทำความเข้าใจกับความเป็น
gมาเลเซียh
ดอนนา เจ
อะโมโรโซ
เจีย บุน เคง
Malaysia: The Making of a
Nation.
มาเลเซีย: การสร้างชาติ
แฟริช เอ
นัวร์
The Other Malaysia:
Writings on Malaysiafs Subaltern History
อีกด้านหนึ่งของมาเลเซีย:
รวมบทความด้านประวัติศาสตร์ผู้ด้อยโอกาสของมาเลเซีย
เหตุการณ์ต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นในมาเลเซียในช่วงระยะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่ม รีฟอร์มาซี การจับกุมไต่สวนคดีนายอันวาร์ อิบราฮิม
ความชอบธรรมทางการเมืองของพรรครัฐบาล (พรรคอุมโน) ที่เสื่อมถอยลง
หรือการที่กลุ่มมุสลิมทวีการท้าทายความเป็นรัฐทางโลกของมาเลเซีย
ที่มุ่งเน้นแต่การพัฒนาทางวัตถุ ได้ก่อให้เกิด gการเปลี่ยนแปลงh
ในเชิงบวกต่อการเขียนประวัติศาสตร์ชาติ
เพราะทำให้ต้องหันมาพิจารณาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับรากฐานและคำจำกัดความของรัฐชาติแห่งมาเลเซียกันใหม่
หนังสือสองเล่มนี้แม้จะมีลีลาการเขียน จุดมุ่งหมาย
และกลุ่มผู้อ่านที่แตกต่างกัน
แต่มีความคล้ายคลึงกันตรงที่ได้นำประเด็นข้างต้นมาเป็นหัวข้อสำคัญ
และต่างก็เข้าเผชิญหน้ากับวาทกรรมทางสังคมการเมืองที่ทรงพลังยิ่ง
ที่ถูกสร้างขึ้นมาผ่านปฏิบัติการของรัฐและของวงวิชาการ
เจีย
บุน เคงอธิบายถึงการที่ความเป็นชาติของมาเลเซียก่อตัวและวิวัฒน์ขึ้นในทางปฏิบัติอย่างไร
โดยเน้นการศึกษาไปที่การเมืองในระบบเลือกตั้ง บทบาทของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา
และนโยบายระดับประเทศ เจียวิเคราะห์มาเลเซียผ่านมุมมองของ gการให้และการรับh
โดยศึกษาความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ ระหว่างแนวคิดชาตินิยมเชิงชาติพันธุ์ของชนเชื้อสายมาเลย์
กับแนวคิดชาตินิยมมาเลเซีย ประเด็นข้อถกเถียงหลักที่เจียเสนอ คือ
นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทั้ง 4 คน ล้วน
gเริ่มต้นจากการเป็นนักชาตินิยมมาเลย์ที่กีดกันคนเชื้อสายอื่นออกไป
แต่ในที่สุดก็กลับกลายมาเป็นนักชาตินิยมมาเลเซียที่รวมกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ
เข้าไว้ด้วยกันh การที่เป็นเช่นนี้ถึงสี่ครั้งในประวัติศาสตร์ของชาติ
ย่อมแสดงให้เห็นว่า รัฐชาติมาเลเซียได้พัฒนาตรรกะของตนเองขึ้น ดังนั้น
จึงอาจสรุปได้ว่า เกตัวนัน เมลายู หรือ
การครอบงำทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์มาเลย์นั้น จะยังดำรงอยู่ตลอดไป
แต่จะถูกจำกัดด้วยตรรกะดังกล่าว หนังสือของเจียเสนอความจริงด้านหนึ่งของมาเลเซีย
ที่มีความหลากหลายและความอดกลั้นทางวัฒนธรรม
งานรวมบทความของแฟริช
นัวร์มีแนวที่ต่างออกไป กล่าวคือ
นัวร์พยายามศึกษาความเป็นชาติของมาเลเซีย ทั้งที่น่าจะเป็นอยู่ในอดีตและที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต
เขาไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายในลักษณะของพัฒนาการเป็นเส้นตรง และต้องการศึกษา gมาเลเซียอื่นๆh ที่ถูกเบียดขับออกไปด้วยวาทกรรมที่ว่า
gประวัติศาสตร์มาเลเซียเป็นเรื่องราวของสังคมหลากหลายเชื้อชาติ
ที่เรามักจะเล่าขานสืบทอดกันมาh ขณะที่เจียยอมรับว่า
การที่ชุมชนมาเลย์มีการแตกแยกเป็นกลุ่มๆ นั้น
มีผลด้านลบอย่างต่อเนื่องต่อความเป็นใหญ่ของชนเชื้อสายมาเลย์ แฟริชกลับพยายามแสดงให้เห็นว่า
ความเป็นเอกภาพนั่นแหละเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ
นัวร์ชี้ให้เห็นถึงผลเสียอันเกิดจากแนวคิดแบบศักดินาของพรรคอุมโน
ที่มองว่าคนมาเลย์ไม่สามารถอยู่รอดได้หากปราศจากผู้ปกครองที่คอยปกป้องอุปถัมภ์ นอกจากนี้
นัวร์ยังประณามการลดทอนแก่นของวัฒนธรรมมาเลย์โดยอิทธิพลของอิสลาม
ใหเหลือ้เป็นเพียงคติทางศีลธรรมที่ตื้นเขิน
เขามองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการปฏิเสธความรุ่มรวยและความซับซ้อนของประวัติศาสตร์ของชาวมาเลย์
มาเลเซียของเจีย
บุน เคง
เป็นชาติที่พยายามรวมเอาความแตกต่างไว้ด้วยกันด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างภายในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันเองและต่างกลุ่มด้วย ส่วนแฟริช นัวร์
ไม่เห็นว่ามาเลเซียมีอัตลักษณ์ที่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว และกลับเห็นความหลากหลาย
ซึ่งเขาพยายามเรียกคืนกลับมาจากอดีต
และต้องการทำให้เกิดความชอบธรรมขึ้นในสังคมปัจจุบัน
(Translated
by Darin Pradittatsanee, with assistance from Somporn Puttapithakporn and
Chalong Soontravanich.)