Read Full Text

Read Abstract in:
Bahasa Indonesia/
Malaysia
English
Filipino
Nihongo
Thai

Read Your Comments
Suggest a
Review or Issue
Review Essay / March 2003
ทำความเข้าใจกับความเป็น “มาเลเซีย”
ดอนนา เจ อะโมโรโซ


Cheah Boon Kheng (เจีย บุน เคง)
Malaysia: The Making of a Nation
(มาเลเซีย: การสร้างชาติ)
Singapore / ISEAS / 2002
www.iseas.edu.sg/pub.html/

Farish A. Noor (แฟริช เอ นัวร์)
The Other Malaysia: Writings on Malaysia’s Subaltern History
(อีกด้านหนึ่งของมาเลเซีย: รวมบทความด้านประวัติศาสตร์ผู้ด้อยโอกาสของมาเลเซีย)
Kuala Lumpur / Silverfishbooks / 2002
www.silverfishbooks.com

เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในมาเลเซียในช่วงระยะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่ม รีฟอร์มาซี  การจับกุมไต่สวนคดีนายอันวาร์ อิบราฮิม ความชอบธรรมทางการเมืองของพรรครัฐบาล (พรรคอุมโน) ที่เสื่อมถอยลง หรือการที่กลุ่มมุสลิมทวีการท้าทายความเป็นรัฐทางโลกของมาเลเซีย ที่มุ่งเน้นแต่การพัฒนาทางวัตถุ ได้ก่อให้เกิด “การเปลี่ยนแปลง” ในเชิงบวกต่อการเขียนประวัติศาสตร์ชาติ เพราะทำให้ต้องหันมาพิจารณาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับรากฐานและคำจำกัดความของรัฐชาติแห่งมาเลเซียกันใหม่ หนังสือสองเล่มนี้แม้จะมีลีลาการเขียน จุดมุ่งหมาย และกลุ่มผู้อ่านที่แตกต่างกัน  แต่มีความคล้ายคลึงกันตรงที่ได้นำประเด็นข้างต้นมาเป็นหัวข้อสำคัญ และต่างก็เข้าเผชิญหน้ากับวาทกรรมทางสังคมการเมืองที่ทรงพลังยิ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาผ่านปฏิบัติการของรัฐและของวงวิชาการ

เจีย บุน เคงอธิบายถึงการที่ความเป็นชาติของมาเลเซียก่อตัวและวิวัฒน์ขึ้นในทางปฏิบัติอย่างไร โดยเน้นการศึกษาไปที่การเมืองในระบบเลือกตั้ง บทบาทของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา และนโยบายระดับประเทศ เจียวิเคราะห์มาเลเซียผ่านมุมมองของ “การให้และการรับ” โดยศึกษาความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ ระหว่างแนวคิดชาตินิยมเชิงชาติพันธุ์ของชนเชื้อสายมาเลย์ กับแนวคิดชาตินิยมมาเลเซีย ประเด็นข้อถกเถียงหลักที่เจียเสนอ คือ นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทั้ง 4 คน ล้วน “เริ่มต้นจากการเป็นนักชาตินิยมมาเลย์ที่กีดกันคนเชื้อสายอื่นออกไป แต่ในที่สุดก็กลับกลายมาเป็นนักชาตินิยมมาเลเซียที่รวมกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน” การที่เป็นเช่นนี้ถึงสี่ครั้งในประวัติศาสตร์ของชาติ ย่อมแสดงให้เห็นว่า รัฐชาติมาเลเซียได้พัฒนาตรรกะของตนเองขึ้น ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า  เกตัวนัน เมลายู  หรือ การครอบงำทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์มาเลย์นั้น จะยังดำรงอยู่ตลอดไป แต่จะถูกจำกัดด้วยตรรกะดังกล่าว หนังสือของเจียเสนอความจริงด้านหนึ่งของมาเลเซีย ที่มีความหลากหลายและความอดกลั้นทางวัฒนธรรม

งานรวมบทความของแฟริช นัวร์มีแนวที่ต่างออกไป  กล่าวคือ นัวร์พยายามศึกษาความเป็นชาติของมาเลเซีย ทั้งที่น่าจะเป็นอยู่ในอดีตและที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต  เขาไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายในลักษณะของพัฒนาการเป็นเส้นตรง  และต้องการศึกษา “มาเลเซียอื่นๆ”  ที่ถูกเบียดขับออกไปด้วยวาทกรรมที่ว่า “ประวัติศาสตร์มาเลเซียเป็นเรื่องราวของสังคมหลากหลายเชื้อชาติ ที่เรามักจะเล่าขานสืบทอดกันมา” ขณะที่เจียยอมรับว่า การที่ชุมชนมาเลย์มีการแตกแยกเป็นกลุ่มๆ นั้น มีผลด้านลบอย่างต่อเนื่องต่อความเป็นใหญ่ของชนเชื้อสายมาเลย์  แฟริชกลับพยายามแสดงให้เห็นว่า ความเป็นเอกภาพนั่นแหละเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ  นัวร์ชี้ให้เห็นถึงผลเสียอันเกิดจากแนวคิดแบบศักดินาของพรรคอุมโน ที่มองว่าคนมาเลย์ไม่สามารถอยู่รอดได้หากปราศจากผู้ปกครองที่คอยปกป้องอุปถัมภ์   นอกจากนี้ นัวร์ยังประณามการลดทอนแก่นของวัฒนธรรมมาเลย์โดยอิทธิพลของอิสลาม ใหเหลือ้เป็นเพียงคติทางศีลธรรมที่ตื้นเขิน  เขามองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการปฏิเสธความรุ่มรวยและความซับซ้อนของประวัติศาสตร์ของชาวมาเลย์

          มาเลเซียของเจีย บุน เคง เป็นชาติที่พยายามรวมเอาความแตกต่างไว้ด้วยกันด้วยความรอบคอบระมัดระวัง  ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างภายในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันเองและต่างกลุ่มด้วย  ส่วนแฟริช นัวร์ ไม่เห็นว่ามาเลเซียมีอัตลักษณ์ที่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียว และกลับเห็นความหลากหลาย ซึ่งเขาพยายามเรียกคืนกลับมาจากอดีต และต้องการทำให้เกิดความชอบธรรมขึ้นในสังคมปัจจุบัน

(Translated by Darin Pradittatsanee, with assistance from Somporn Puttapithakporn and Chalong Soontravanich.)

PREV
TOP